จากประสบการณ์สู่หนทางการแก้ไขสำหรับผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต

เคยสังเกตไหมว่าการหยิบยืมเงินหรือการเป็นหนี้ของคนในยุคปัจจุบันสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกกว่าในอดีต เนื่องจากมีช่องทางในการเป็นหนี้ง่ายขึ้น เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ สินเชื่อเงินกู้ หรือแม้กระทั่งการกู้เงินนอกระบบ รวมทั้งเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ต่าง ๆ ที่บางครั้ง อาจให้ประโยชน์แก่ลูกหนี้ในช่วงแรกและสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกหนี้ที่ไม่ระมัดระวังการใช้จ่ายของตนเองจนเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น และการใช้จ่ายเงินของคนในยุคปัจจุบันก็ง่ายแสนง่าย การหยิบเงินจากกระเป๋ากลายเป็นเรื่องธรรมดา แต่มีหนทางที่ง่ายกว่าคือการใช้บัตรเครดิตที่มีข้อเสียคือเราไม่เห็นตัวเงินที่ค่อย ๆ ลดลงเหมือนกับการหยิบเงินจากกระเป๋าทำให้การใช้จ่ายที่ดูง่ายในแต่ละครั้งกลับนำปัญหาต่าง ๆ มาให้ เช่น กว่าจะรู้ตัวเงินในบัตรเครดิตก็สูญไปกับค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หรือการเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ทั้งนี้จากประสบการณ์ของคนเป็นหนี้บัตรเครดิตนำไปสู่หนทางการแก้ไขทำให้คุณไม่สะสมหนี้เพิ่มขึ้นอีก ดังต่อไปนี้

ผู้ที่กำลังหาทางออกจากการเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วยประสบการณ์ของคนเป็นหนี้ทำให้เกิดเคล็ดลับดี ๆ มากมาย โดยก่อนอื่นต้องรู้จักการผ่อนชำระหนี้ที่ถูกต้อง คือจำนวนเงินในการผ่อนชำระหนี้ไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ทั้งหมดต่อเดือน และการกู้ยืมเงินไม่ควรเกิน 20% ของรายได้ทั้งหมดตลอดปี หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการประมาณความสามารถของตนเองในการใช้หนี้นั่นเอง สำหรับเทคนิคอื่น ๆ มีดังต่อไปนี้

จิตใจที่เข้มแข็งเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่มีประสบการณ์เป็นหนี้บัตรเครดิตส่วนมากมักมีความต้องการสิ่งต่าง ๆ มากเกินความจำเป็น ดังนี้การไม่ก่อหนี้เพิ่มมีวิธีแก้ง่าย ๆ คือการซื้อ แต่สิ่งของที่จำเป็น เช่น อาหาร ยา สำหรับเสื้อผ้า หรือค่าเดินทางควรคำนวณให้ดี และการประหยัดเป็นสิ่งที่ลูกหนี้ควรทำเพราะการไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือการไม่สร้างหนี้เพิ่มก็เท่ากับการปลดหนี้เช่นกัน

หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ควรชำระหนี้บัตรเครดิตที่มียอดหนี้ค้างชำระเป็นจำนวนเงินไม่มากนักเสียก่อน เหมือนกับการตั้งเป้าหมายง่าย ๆ ไปสู่เป้าหมายที่สูงกว่า หากคุณชำระหนี้บัตรเครดิตจำนวนน้อย ๆ ได้ ครั้งต่อไปคุณก็จะสามารถชำระหนี้บัตรเครดิตก้อนโตได้เช่นกัน เป็นการเพิ่มความมั่นใจและกำลังใจให้กับตนเองว่าเราก็สามารถทำได้

การขายสินทรัพย์เพื่อใช้หนี้ ประสบการณ์จากลูกหนี้บัตรเครดิตหลายคนเพราะสิ่งของบางอย่างที่ไม่มีความจำเป็นการขายทิ้งเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง

การเป็นหนี้บัตรเครดิตไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม การนำประสบการณ์เหล่านั้นมาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นต่างหาก เป็นสิ่งที่สำคัญที่ลูกหนี้ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้เพื่ออนาคตที่สดใสไร้หนี้

รู้ทันกฎหมายหนี้ก่อนตัดสินใจกู้เงิน

หนี้ที่หลายคนเป็นอยู่นั้นมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่มาจากบัตรเครดิต หนี้ธนาคารจากการกู้ยืม หนี้นอกระบบ เป็นต้น หลายครั้งมักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับหนี้ เช่น การชำระหนี้ช้า การขาดการชำระมาหลายงวด เป็นเหตุให้บางครั้งเจ้าหนี้มีการทวงหนี้ในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมทำให้ผู้ที่เป็นหนี้เกิดความกลัวและวิตกกังวล ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลายคนยังไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับการเป็นหนี้จึงกลายเป็นเหยื่อให้กับเจ้าหนี้ที่ไม่มีคุณธรรม ดังนั้นเราจะพาคุณมาทำความรู้จักเกี่ยวกับกฎหมายหนี้ เพื่อเป็นความรู้ก่อนตัดสินใจกู้ยืมเงิน

เราจะยกตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับกฎหมายการชำระหนี้มาฝากกัน คือ

  1. คู่กรณี หรือลูกหนี้ไม่มีการกำหนดเวลาชำระเงินที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าหนี้จะต้องมีการกำหนดการชำระหนี้โดยพลัน และต้องมีการตกลงกันไว้ก่อนเซ็นต์สัญญากู้ยืม
  2. ดอกเบี้ยของการกู้ยืม แต่ละอย่างกฎหมายจะตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือในกรณีที่ไม่ได้ตกลงดอกเบี้ยเอาไว้ ให้คิดที่ ร้อยละ7.5 ต่อปี และหากมีการคิดดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ เจ้าหนี้จะต้องถูกดำเนินคดี และถือว่าดอกเบี้ยนั้นจะเป็นโมฆะ ลูกหนี้ไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยนั้นเลย แต่ต้องจ่ายเงินต้นที่เป็นหนี้อยู่
  3. หากต้องการระงับหนี้ที่ตนเองเป็นอยู่นั้นต้องทำอย่างไร ซึ่งกฎหมายได้บอกไว้ดังนี้
  • ต้องชำระหนี้ทั้งหมด
  • การปลดหนี้ เป็นอีกรูปแบบที่เจ้าหนี้จะให้แก่ลูกหนี้คือ อาจจะยกหนี้ให้โดยเสน่หา การคืนเอกสารที่เป็นหนี้ต่าง ๆ ให้กับลูกหนี้
  • การหักลบกลบหนี้คือ ทั้งสองเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกันสามารถหักลบกันได้
  • การแปลงหนี้ คือเปลี่ยนสาระสำคัญของหนี้ไปเป็นอีกแบบ ตัวอย่างเช่น A เป็นหนี้ B อยู่ 5000 บาท A ให้ B มาช่วยงานชดใช้การเป็นหนี้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้ในรูปแบบที่เปลี่ยนไป
  • หนี้เกลื่อนกลืนกัน คือหนี้ที่มีความเป็นเจ้าหนี้ และลูกหนี้ในคนเดียวกัน เช่น A เป็นหนี้ B 100,000 บาท และวันหนึ่ง A ได้เสียชีวิตลง เขาได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้กับเจ้าหนี้ถือว่าภาระหนี้สินนี้ได้จบลง

นอกจากนี้ในกรณีที่หนี้หมดอายุความนั่นหมายถึงว่าหนี้ประเภทนี้ไม่สามารถฟ้องร้องเอาความกันได้ แต่ความเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ยังคงเดิม

หากเป็นหนี้ที่ไม่สามารถชำระได้ทัน เมื่อเจ้าหนี้มีการข่มขู่ถึงการยึดทรัพย์นั้นให้รู้ไว้ว่าเขาไม่สามารถทำได้ เพราะหากเจ้าหนี้ต้องการจะยึดทรัพย์จะต้องมีการฟ้องร้อง และดำเนินคดีในทางแพ่งก่อน และศาลจะพิจารณาในการยึดทรัพย์อีกครั้ง และหากมีการทวงถาม หรือส่งคนมาทวง ลูกหนี้สามารถแจ้งความ และดำเนินคดีแก่เจ้าหนี้ได้ในข้อหาบุกรุก

การเป็นหนี้นั้นเป็นสภาวะที่ไม่มีใครที่อยากเป็น แต่หากเป็นหนี้แล้วศึกษากฎหมายเกี่ยวกับหนี้เอาไว้จะเป็นตัวช่วยที่ดีเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ข่มขู่จนเกิดความกลัว

รู้เฟื่องเรื่องบัตรเครดิตบูโร

จากปัญหาทางการเงินที่ติดขัดส่งผลให้ใครหลายคนต้องกลายเป็นลูกหนี้ทั้งแบบเต็มใจ และจำเป็น แต่การเป็นลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้คนเดียว หรือการกู้ยืมเงินจากบริษัท หรือองค์กร ๆ เดียว คงไม่เป็นปัญหามากนัก แต่สำหรับลูกหนี้ที่มีการกู้ยืมเงินจากหลายบริษัททำให้เกิดเจ้าหนี้มากมาย อาจเกิดความสับสนเมื่อต้องชำระหนี้ทั้งการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ผิดราย หรือการลืมชำระหนี้ ทำให้หนี้พอกพูนเพิ่มมากขึ้นทำให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ไม่ตรงตามกำหนดอาจทำให้ลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์สินได้ ทั้งนี้เครดิตบูโร หรือบัตรเครดิตบูโรมีส่วนช่วยเรื่องหนี้ของลูกหนี้อย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

ก่อนที่ลูกหนี้ทั้งหลายจะสมัครบัตรเครดิตบูโรตามที่เคยได้ยินมา หรือถูกใครชักชวนให้ทำ ลูกหนี้ควรรู้จักกับเครดิตบูโรเสียก่อน โดยเครดิตบูโรเปรียบได้กับคน ๆ หนึ่งที่ช่วยตรวจสอบการเป็นหนี้ให้กับลูกหนี้โดยเจ้าหนี้จะส่งข้อมูลการเป็นหนี้ การค้างชำระของเราไปที่คน ๆ นั้น และคน ๆ นั้นจะช่วยเตือนเราว่าเราเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่ และชำระหนี้ไปเท่าไหร่ ทั้งนี้เครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิต คือ องค์กร หรือบริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิต โดยข้อมูลอาจมาจากสถาบันการเงินหลาย ๆ แห่งที่เป็นสมาชิกขององค์กรนี้ โดยนำมาประมวลผลเป็นข้อมูลเครดิตให้ลูกค้าเจ้าของข้อมูลสถาบันการเงิน หรือลูกค้าสามารถเรียกเข้ามาดูข้อมูลเครดิตภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ทั้งประวัติการเป็นหนี้ ภาระหนี้สิน หนี้ที่ชำระแล้ว หรือค้างชำระรวมไปถึงพฤติกรรมทางการเงินของลูกค้า โดยข้อมูลเครดิตจะมีการอัพเดทอยู่เสมอ จากสมาชิกซึ่งก็คือสถาบัน หรือองค์ที่เราเป็นหนี้อยู่ จะส่งข้อมูลลูกค้า หรือลูกหนี้ให้เครดิตบูโร โดยข้อมูลจะต้องตรงกับความเป็นจริง และมีความทันสมัยอยู่เสมอ ทางสถาบัน หรือองค์กรที่เราเป็นหนี้อยู่จะส่งข้อมูลประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

การขอดูข้อมูลเครดิตบูโรเพื่อตรวจสอบเครดิตของเรา สามารถดูได้ที่สถาบันการเงินบางแห่ง หรือศูนย์ตรวจเครดิตบูโร กรณีบุคคลธรรมดาหลักฐานที่ต้องเตรียมคือ บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง รวมถึงบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าวตัวจริง หากเราไม่สามารถไปขอดูข้อมูลด้วยตนเองได้สามารถวานให้ผู้อื่นดูข้อมูลให้ได้โดยต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้กับบุคคลผู้นั้นด้วย นอกจากนี้ยังต้องมีสำเนา และตัวจริงบัตรประจำตัวประชาชนทั้งของผู้มอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจแนบไปด้วย

หากสมาชิกเครดิตบูโรส่งข้อมูลที่ผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องเราให้กับเครดิตบูโร เราสามารถแก้ไขข้อมูลนั้นได้โดยการติดต่อไปที่บริษัท หรือองค์กรที่ส่งข้อมูลของเราไป หรือดำเนินการด้วยตนเองด้วยการกรอกแบบฟอร์มคำขอโต้แย้งได้ที่ศูนย์เครดิตบูโร

หลังจากได้ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเครดิตบูโรกันแล้วจะเห็นได้ว่าการทำบัตรเครดิตบูโรเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้มากมายเมื่อสมัครเครดิตบูโรแล้วจะช่วยทำให้เราสามารถจัดระบบหนี้สินของเราได้ดีมากขึ้น

เปิดหนังสือ Money พลิกมุมมองการเงิน

หากต้องการแสวงหาความมั่งคั่งทางการเงินให้กับชีวิต นอกจากการรักษาวินัยทางการเงินแล้ว การหาหนังสือเรื่องการเงินดี ๆ มาอ่านก็อาจจะสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองด้านการลงทุนต่าง ๆ ให้กับเราได้ไม่น้อย หนังสือการเงินดี ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การนำเสนอทฤษฎีด้านการเงินแบบหลักการ แต่จะสรุปประเด็นสำคัญที่ผลักดันให้คนเราสามารถยกระดับฐานะการเงินได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญหนังสือแนะนำเรื่องการเงินที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นวิธีการใช้เงินที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตของคนเราได้

หนังสือการเงินที่แนะนำให้อ่านกลุ่มแรก คือ หนังสือที่พูดถึงแนวคิดของมหาเศรษฐีระดับโลกอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่ว่าจะเป็น The Essential Buffet ผลงานการเขียนของ Robert G. Hagstorm และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในชื่อว่า “แก่นแท้ของบัฟเฟต์” โดยเป็นการรวบรวมสาระสำคัญจากหนังสือถึงสองเล่มไว้ในหนึ่งเดียวนั่นคือ The Warren Buffet Way และ The Warren Buffet Portfolio ที่เคยขึ้นแท่นหนังสือขายดีที่สุดใน New York มาแล้วทั้งคู่ อีกเล่มที่ไม่ควรพลาดเพราะเป็นหนังสือที่อ่านง่ายขึ้นตามสไตล์การเขียนของ James Pardoe ในชื่อว่า How Buffet does it? อีกหนึ่งผลงานการแปลของ เอกสิทธิ์ หัสสรังสี ในชื่อหนังสือภาษาไทย “ตามรอยบัฟเฟต์” ที่มาเผยสูตรลับบทบัญญัติ 24 ประการของนักลงทุนระดับโลกคนนี้ รับรองว่าอ่านจบแล้วจุดประกายให้ผู้อ่านรักการออม สนุกกับการใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่มั่งคั่งทางการเงินแบบวอร์เรน

หนังสือกลุ่มที่สองเหมาะสำหรับผู้สนใจเล่นหุ้น หรือผู้ที่รักการลงทุนด้านการเงิน แนะนำให้อ่าน “คัมภีร์หุ้น” ผลงานเขียนโดยโสภณ ด่านสิริกุล ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเห็นภาพกว้างของการลงทุนในหุ้น ต่อด้วยหนังสือขายดีดีกรีจากต่างประเทศอย่าง Rich Dad Poor Dad ในชื่อภาษาไทยว่า พ่อรวยสอนลูก ซึ่งมีด้วยกัน 2 เล่ม เหมาะสำหรับการปลูกแนวคิดเรื่องการบริหารการเงินทั้งในส่วนของทรัพย์สิน หนี้สิน และการลงทุนผ่านมุมมองเรื่องเงิน 4 ด้านพาผู้อ่านไปสู่อิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีหนังสือของสุดยอดกูรูด้านการเงิน และการลงทุน Peter Lynch กับหนังสือที่ชื่อ Learn to Earn หรือแปลเป็นไทยว่า “เรียนให้รวย” ผลงานการแปลของนรา สุภัคโรจน์ เนื้อหาบอกเล่าข้อคิดสำคัญในการลงทุนสำหรับมือใหม่ นับเป็นพื้นฐานการลงทุนที่อ่านง่ายเล่มหนึ่ง ส่วนหนึ่งของแนวคิดที่แฝงไว้ในหนังสือก็คือ การที่คนเราสูญเงินในตลาดหุ้น แท้จริงแล้วไม่ใช่เพราะหุ้นที่ผิด แต่เป็นเพราะขาดการวางแผนที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากซื้อมาในราคาแพง และไม่อดทนมาพอในช่วงที่เกิดวิกฤตก็มักจะรีบเทขายหุ้นในราคาถูก กลายเป็นเข้าตำราซื้อสูงขายต่ำ นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำตามที่สุด แต่ที่ควรเรียนรู้ให้มากก็คือ การวางแผน นั่นเอง

ผู้สนใจ ควรอ่านหนังสือหลากหลายแนว เพื่อให้ได้มุมมองที่กว้างและลึก เมื่ออ่านแล้ว อย่าเพิ่งรีบเชื่อตามตำราทั้งหมด ให้นำความรู้ที่ได้จากการอ่านมาพิจารณาว่าเหมาะสม มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร แล้วจึงนำมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้ต่อไป

ปลุกแรงบันดาลใจการออม ปลูกความมั่งคั่งทางการเงิน

คนจำนวนไม่น้อยทำงานได้เงินเดือนหลักหมื่น ทำมาหลาย 10 ปี ก็ยังไม่มีเงินเก็บสักที โดยมากเหตุผลที่สกัดการออมไว้ก็คือความคิดที่ว่า รายได้เท่านี้ แค่ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันใช้ให้พอก่อนดีกว่าไหม หรือไม่เป็นหนี้ก็ดีเท่าไรแล้ว บางคนพูดเรื่องชีวิตพอเพียงให้อยู่กับความพอดีในปัจจุบัน โดยไม่รู้ว่าทฤษฎีชีวิตพอเพียงครอบคลุมไปถึงความเป็นอยู่ที่ดีพอในอนาคตด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข่าวเรื่องการออมเงินของผู้คนบนโลกกลม ๆ ใบนี้ น่าจะกระตุ้นแรงบันดาลใจในการออมของเราได้ไม่น้อยทีเดียว

shutterstock_115548781ออมหลักสิบได้หลักหมื่น สูตรสำเร็จการออมจากชีวิตจริงของชายวัย 38 ปี ผู้มีความผิดปกติทางสมอง นายอภิรักษ์ แซ่ฮ้อ หาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บของเก่าขาย สิ่งหนึ่งที่ปลูกฝังในกิจวัตรประจำวันก็คือการออมเงิน 20 บาทไว้กับธนาคารทุก ๆ วันตลอดช่วงเวลา 16 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะนำเงินสะสมไปใช้เป็นค่าผ่าตัดหัวใจให้กับมารดา ทั้งนี้ แนวคิดเรื่องการออมเงินของอภิรักษ์มาจากคำสอนของครูสมัยประถมศึกษา ช่วงที่ทางโรงเรียนมีนโยบายสอนให้เด็กรู้จักออมเงินวันละ 1 บาท ครบ 5 วันก็ได้เงิน 5 บาท จากนั้นพอถึงสิ้นเดือนครูก็จะพาไปฝากเงินที่ธนาคาร จนถึงปัจจุบัน คำสอนของครูยังคงเป็นสิ่งที่เขายึดถือมาโดยตลอด ไม่ว่าจะขายของเก่าได้มากน้อยแค่ไหน อภิรักษ์ก็จะไปที่ธนาคารเพื่อฝากเงิน 20 บาททุกวันตลอดมา จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2552 อภิรักษ์มีเงินสะสมจำนวน 5 หมื่นกว่าบาทแล้ว นิสัยรักการออมในตัวอภิรักษ์น่าจะสะกิดใจคนทำงานกินเงินเดือนได้ไม่น้อย

การสร้างวินัยการออมทุก ๆ วันเป็นรากฐานของความมั่งคั่งทางการเงินในอนาคต สำหรับมนุษย์เงินเดือนอาจจะกำหนดวันที่เงินเดือนเข้าบัญชีให้ระบบธนาคารตัดยอดเงินอัตโนมัติอย่างน้อย 10% ของรายได้ไปเข้าบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง หรือผู้ที่ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ รายได้แต่ละเดือนไม่ได้เท่ากัน ก็อาจจะโอนเงินประมาณ 10% ของรายได้ที่ได้รับเงินจากลูกค้าเข้าบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงทุก ๆ ครั้ง เงินก้อนนี้จะได้เป็นทุนสำรองในวันข้างหน้าที่เจอกับความผันผวนทางธุรกิจ

นอกจากนี้เรื่องราวจากแดนมังกรที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซด์เซี่ยงไฮ้อิสต์ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของชายชราวัย 70 ปีที่เฝ้าเก็บสะสมเงินทุกวันมานานหลายปี เพื่อเป้าหมายเดียวคือหาของมีค่ามาตอบแทนความดีของภรรยาสุดที่รัก จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็สามารถพาภรรยาที่เผชิญความยากลำบากในชีวิตมาเลือกซื้อแหวนเพชรในห้างสรรพสินค้า ณ เมืองคอร์ลาด้วยความภาคภูมิใจจนสำเร็จ สำหรับผู้ที่มีคำแก้ตัวต่าง ๆ นานา ลองนำตัวอย่างความพยายามของคุณตาคนนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออม และจะรู้ซึ้งถึงพลังของเงินจำนวนเล็ก ๆ ที่ผ่านการสะสมอย่างสม่ำเสมอ ท้ายสุดจะเป็นเงินก้อนโต อย่างเช่น คำโบราณว่า “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” นั่นเอง

ทำความรู้จักกับเครดิตบูโรก่อนคิดจะกู้

เครดิตบูโร หรือ Backlist คำนี้หลายคุณคงจะคุ้นหูกันดี แต่ไม่มีใครรู้จักอย่างชัดเจนว่ามันคืออะไร เพราะเรามักจะได้ยินคำนี้เมื่อเราต้องทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น สมัครบัตรเครดิต สมัครสินเชื่อบ้าน และมีบางคนที่เมื่อค้างชำระหนี้ก็จะมีเจ้าหนี้ที่ขู่เกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอ ลูกหนี้บางรายที่ไม่รู้ข้อมูลก็อาจจะเกิดความวิตกกังวลได้ ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร

  • เครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เป็นบริษัทข้อมูลเครดิตที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร และสถาบันสินเชื่ออื่น ๆ เมื่อมีการเรียกขอข้อมูลเหล่านี้ทางสถาบันเครดิตบูโรจะส่งให้ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในนั้นจะเก็บข้อมูล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชน และข้อมูลการชำระสินเชื่อต่าง ๆ รวมไปถึงประวัติการผิดนัดชำระหนี้ แต่ไม่ได้รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัวที่มี
  • เรื่องของข้อมูลเครดิต ผู้ที่สามารถรู้ข้อมูลของเราได้นั้นจะมีด้วยกันคือ สถาบันทางการเงินที่เรากำลังจะทำเรื่องกู้ ก่อนอนุมัติหรือปฏิเสธการอนุมัติ เขาจะเป็นผู้ขอข้อมูลเพื่อเอามาวิเคราะห์วงเงิน และการอนุมัติ อีกคนหนึ่งคือตัวผู้กู้เอง สามารถขอข้อมูลของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถขอดูของผู้อื่นได้เลย
  • ข้อมูลของเครดิตบูโรจะมีการปรับปรุงอยู่เสมอ และข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในระบบ 3-5 ปีตามประมวลกฎหมาย จากนั้นเมื่อมีการใส่ข้อมูลใหม่ ๆ ลงไปแทนที่ข้อมูลเก่า ๆ เหล่านั้น ส่วนประวัติการชำระเงินของลูกหนี้นั้นทางสถาบันการเงินจะมีการแจ้งไปยังสถาบันเครดิตบูโรทุก ๆ สิ้นเดือนอยู่แล้วเพื่อให้ข้อมูลเป็นข้อมูลใหม่
  • กรณีที่เราเป็นหนี้ และได้ชำระหนี้หมดแล้ว ทางธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของหนี้จะทำการส่งข้อมูลไปที่สถาบันเครดิตบูโรอยู่แล้วทุกสิ้นเดือน แต่หากระหว่างที่เรารอและได้ทำเรื่องกู้เงินกับอีกแห่งหนึ่ง เราสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอแก้ไขข้อมูลเองได้ คือ สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ที่เว็บไซด์ หรือติดต่อสถาบันการเงินเดิมที่เราเคยกู้เพื่อให้จัดการให้
  • Backlist เป็นภาษาที่เจ้าหนี้ใช้เรียกลูกหนี้ที่ขาดการชำระติดต่อมาเกิน 90 วัน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาบันข้อมูลเครดิตแห่งชาติเพราะเครดิตบูโรเองเมื่อมีการขอข้อมูลของลูกค้า เขาจะให้เพียงแค่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติการกู้ และชำระหนี้ แต่ไม่ได้มีหน้าที่พิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่าง ๆ
  • การค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เหล่านี้จะไม่ถูกนำไปบันทึกกับสถาบันเครดิตบูโร ซึ่งรวมไปถึงการขาดชำระทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาด้วย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อเป็นข้อมูลในการกู้ และระยะเวลาในการชำระเงิน เพื่อไม่ให้ข้อมูลทางเครดิตของตัวเองเสียประวัติ

คลายปมปัญหาคาใจ ผิดนัดชำระหนี้ จะถูกอายัดทรัพย์หรือไม่

ถ้ามนุษย์หนี้รายไหนที่เป็นหนี้ ไม่มีจ่าย ไม่หัดเจรจา ก็มีแนวโน้มว่าจะบานปลายและเดินไปสู่การฟ้องร้องจนเป็นคดีความแพ่งขึ้นมาได้ ยิ่งถ้าหากเจ้าหนี้เป็นฝ่ายชนะคดีและศาลได้ตัดสินไปแล้ว แต่ลูกหนี้ก็ยังไม่สามารถชำระเงินได้ตามกำหนดเวลาตามคำพิพากษา ซึ่งโดยส่วนใหญ่คือไม่เกิน 30 วัน เจ้าหนี้สามารถไปแจ้งต่อกรมบังคับคดีเพื่อขออายัด หรือยึดทรัพย์ของลูกหนี้ได้

หลังจากนั้นทรัพย์ที่ได้ยึดมาก็จะถูกคำสั่งศาลให้นำออกขายในตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ในลำดับต่อไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าห้ามเจ้าหนี้ทำการยึด หรืออายัดทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของลูกหนี้ในมูลค่ารวมกันไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งในที่นี้หมายถึง โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องครัว และโทรทัศน์ เป็นต้น ในทางตรงกันข้าม นาฬิกา สร้อยคอ หรือแหวน นั้นตามนิยามถือว่าไม่ใช่ของที่จำเป็นในการดำรงชีพ เจ้าหนี้จึงสามารถยึดเอาไว้ได้

อีกประการหนึ่ง หากเป็นทรัพย์สินที่ใช้ทำมาหากินของลูกหนี้โดยมูลค่ารวมไม่เกิน 100,000 บาทแรก เจ้าหนี้ก็ห้ามยึดไปเช่นกัน ไมว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องอบขนมปัง ในกรณีที่เปิดร้านขายขนม เป็นต้น อีกทั้ง รถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่ยังติดภาระส่งผ่อนกับทางไฟแนนซ์ เจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิยึดเอาไปเช่นกัน เพราะกรรมสิทธิ์ของรถยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์ ในทางกลับกัน หากเป็นคอนโดที่พัก หรือบ้านที่ติดภาระจำนองอยู่โดยมีชื่อของลูกหนี้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เจ้าหนี้สามารถยึดทรัพย์ไว้ได้ แต่กรมบังคับคดีจะดำเนินการขอต่อศาลให้เปิดขายในตลาด จากนั้นเงินที่ได้มาก็จะนำมาชำระให้กับเจ้าหนี้มีประกัน หรือก็คือผู้ที่รับจำนองบ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ก่อน ในกรณีที่มีเงินเหลือจากเจ้าหนี้ที่รับจำนองแล้วจึงจะสามารถนำมาจ่ายชำระให้กับเจ้าหนี้ไม่มีประกันรายอื่น ๆ ต่อได้ เช่น เจ้าหนี้สินเชื่อบุคคลและเจ้าหนี้บัตรเครดิตต่าง ๆ ในลำดับถัดไป

ลูกหนี้บางรายอาจจะเกิดความสงสัยว่าแล้วทรัพย์สินในต่างประเทศจะเป็นอย่างไร คำตอบก็คือ ศาลไทยไม่สามารถออกหมายบังคับคดีไปยึด หรืออายัดทรัพย์เหล่านั้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝาก ของสะสม หรือบ้านพักก็ตาม ทั้งนี้เพราะประเทศไทยไม่ได้มีสัญญาต่างตอบแทนในการบังคับคดีกับประเทศต่าง ๆ เว้นแต่เจ้าหนี้จะตามไปฟ้องเป็นคดีความใหม่ต่อศาลในประเทศที่ลูกหนี้ถือครองทรัพย์สินนั้น ๆ อยู่ก็สามารถกระทำได้

แต่ถ้าลูกหนี้รายใดรู้ว่าตนไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ให้ยึดเลยแล้วจะนอนใจว่าปลอดภัย ก็คงต้องคิดใหม่เพราะหากวันใดในอนาคตที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินใด ๆ หรือแม้แต่ได้รับเงินเดือนขึ้นมา เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีก็สามารถตามสืบและอายัดเงินเดือน หรือทรัพย์สินนั้น ๆ ได้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานกว่า 10 ปีแล้วก็ตาม หากยังชำระหนี้ไม่หมด เจ้าหนี้ก็มีสิทธิโดยชอบตามกฎหมายยึดและอายัดทรัพย์ได้อยู่ดี

ไขปัญหาคาใจ คนเป็นหนี้

หนี้สินคือปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะลูกหนี้ ในบางช่วงเวลาที่ไม่สามารถชำระหนี้สินได้ตรงตามเวลาที่กำหนด จะเกิดการทวงถามจากเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินที่ทำการกู้ยืม ซึ่งก่อให้เกิดความหงุดหงิด น่ารำคาญใจ บางครั้งรุนแรงถึงขั้นมีการข่มขู่จากเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน การเตรียมพร้อมหาคำตอบและทางแก้ไขจากการโทรทวงถามหนี้สินสำหรับผู้ที่กำลังเป็นหนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด บทความนี้จึงขอนำเสนอวิธีปฏิบัติตนเมื่อถูกทวงถามหนี้สินจากเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินว่าท่านควรจะปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อเหตุการณ์ดังตัวอย่างที่ยกขึ้นมาให้ดูเหล่านี้เกิดขึ้นกับท่าน เช่น

ถาม : หากถูกทวงหนี้ถึงสำนักงานจะทำอย่างไร

ตอบ: ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ถูกทวงหนี้ ลำดับแรกควรตั้งสติให้มั่น หากมีการพูดจาข่มขู่หรือใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย ควรหลีกเลี่ยงการเจรจาด้วย เนื่องจากเป็นสิทธิของลูกหนี้ไม่ตอบคำถาม ข้อสำคัญกว่านั้นหากผู้ที่ทวงหนี้มีการฝากข้อความไว้กับเพื่อนร่วมงาน ท่าน

 

สามารถเอาความผิดได้โดยแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากการทวงหนี้กับผู้อื่นอันไม่ใช่ลูกหนี้ถือเป็นการประจาน โดยตัวลูกหนี้ควรชี้แจงกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานเพื่อให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือมองผู้ที่เป็นลูกหนี้ในแง่ลบ

ถาม : วิธีปลดหนี้บัตรเครดิตที่ได้ผลคืออะไรบ้าง

ตอบ : การปลดหนี้บัตรเครดิตที่ได้ผลที่สุดคือลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยลูกหนี้อาจต้องทำงานล่วงเวลาหรือทำงานพิเศษเพื่อให้มีเงินชำระหนี้ ทั้งนี้ก่อนการจับจ่ายเงิน ควรพิจารณาว่าสินค้านั้นจำเป็นสำหรับชีวิตหรือไม่ หากไม่จำเป็นหรือสามารถเลี่ยงซื้อสินค้าที่มีราคาสูงและเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่ามาใช้แทน ข้อสำคัญไม่ควรชำระหนี้บัตรเครดิตด้วยการกู้เงินจากแหล่งกู้เงินอื่น ๆ อาทิ คนรู้จัก กู้นอกระบบ เป็นต้น เพราะนั่นจะทำให้จำนวนเงินที่เป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น

ถาม : ทำอย่างไรให้ปลอดหนี้อย่างถาวร

ตอบ: การมีวินัยและขยันเก็บออมจะทำให้ปลอดหนี้ได้อย่างถาวรที่สุด เพราะแม้จะมีรายรับมากขึ้นหากไม่เปลี่ยนนิสัยในการใช้เงิน ก็ย่อมต้องกู้หนี้ยืมสินเช่นเดิม การเริ่มต้นด้วยก้าวเล็ก ๆ จากการขยันเก็บออม ไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย จะทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นและปลอดหนี้ได้อย่างถาวรในที่สุด

ถาม : หากติดหนี้นอกระบบจะมีทางออกอย่างไร

ตอบ : ลูกหนี้ควรติดต่อกับเจ้าหนี้เพื่อเจรจาขอผ่อนผันการจ่ายเงินชำระหนี้ ไม่ควรหลีกเลี่ยงหรือขาดการติดต่อกับเจ้าหนี้ เนื่องจากการหลีกเลี่ยงของลูกหนี้อาจทำให้เจ้าหนี้เกิดความกังวลใจ จนจ้างบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก็เป็นได้

ถึงอย่างไรก็ดีการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงคือการแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืนที่สุด และควรพึงระลึกอยู่เสมอว่าการเป็นหนี้เปรียบได้ก็เป็นการมีภาระทางการเงินที่มาพร้อมกับดอกเบี้ยที่ทบทวีไปเรื่อย ๆ ซึ่งภาระการเงินนี้อาจทำให้เกิดความเครียดในภายหลังหากไม่สามารถหาเงินชำระหนี้ได้ทันเวลา

เคล็ดลับการปลดหนี้ เรื่องง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้

สำหรับผู้ที่เป็นหนี้ การบริหารเงินที่มีอยู่เพื่อปลดหนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหนี้ก้อนโตหรือผู้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย เนื่องจากต้องใช้เงินที่ยืมจากเจ้าหนี้รายหนึ่งไปใช้หนี้ของเจ้าหนี้อีกรายหนึ่งทำให้หนี้เพิ่มพูนมากขึ้นยิ่งเวลาผ่านไปปัญหาหนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขได้ยากขึ้น สำหรับบทความนี้การปลดหนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเพียงทำตามวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

สำรวจตรวจสอบหนี้ของตนเอง การที่เรารู้ตัวว่ามีหนี้อยู่จำนวนเท่าไหร่ หรือไปกู้หนี้ยืมสินจากใครมากบ้าง รวมถึงสัญญาการเป็นหนี้ว่ามีข้อตกลงอย่างไร จะทำให้เราจัดการหนี้ได้ง่ายขึ้นและไม่ลืมชำระหนี้ และการตรวจสอบยอดการชำระหนี้ก็สำคัญเช่นกันเพราะจะช่วยให้คุณบริหารหนี้ได้ง่ายขึ้น

เป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าการปลดหนี้จะเป็นเรื่องที่ยากเย็น แต่สามารถทำให้ง่ายลงได้ด้วยการสร้างเป้าหมายที่ชัดเจน อาจเริ่มจากเป้าหมายง่าย ๆ เช่น เดือนนี้จะปลดหนี้ให้ได้ 20% ของจำนวนหนี้ทั้งหมด โดยเริ่มจากการหาเงิน วางแผนการเก็บเงินและบริหารเงินให้ได้ตามเป้าหมาย เมื่อคุณทำเป้าหมายง่าย ๆ สำเร็จเป้าหมายต่อไปคุณอาจตั้งให้ยากขึ้นจนในที่สุดคุณก็จะสามารถปลดหนี้ได้

ลดรายจ่ายเพิ่มรายรับ การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อของที่อยากได้ทั้ง ๆ ที่ของเก่าก็สามารถใช้ได้อยู่ การท่องเที่ยวที่ต้องยกเลิกไป เนื่องจากเป็นหนี้และเงินไม่พอใช้ เป็นต้น ซึ่งการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นนอกจากจะช่วยให้คุณเก็บเงินได้มากขึ้นแล้วยังช่วยให้คุณรู้จักการประหยัดอดออมและมีวินัยในการใช้เงินมากยิ่งขึ้นและยังช่วยลดโอกาสการเป็นหนี้อีกด้วย ส่วนการเพิ่มรายรับทำให้คุณมีเงินมากยิ่งขึ้นสามารถนำไปชำระหนี้และลงทุนได้ เช่น การทำงานพิเศษ เป็นต้น

หยุดเพิ่มหนี้ หากคุณมีหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระ ก็ไม่ควรเพิ่มพูนหนี้ให้มากขึ้นโดยเฉพาะการกู้หนี้นอกระบบซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณเองหรือคนรอบข้างได้ เพราะเจ้าหนี้ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวอาจมีการทวงหนี้ที่ทำให้คุณเจ็บตัวหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

บอกตัวเองว่า อย่ายอมแพ้ การให้กำลังใจตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ หลายคนวางแผนการปลดหนี้และเดินตามแผนจนเกือบสำเร็จ แต่เมื่อเจอกับอุปสรรคต่าง ๆ กลับถอดใจจนในที่สุดก็ไม่สามารถปลดหนี้ได้ตามเป้าหมายทั้งยังเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยกำลังใจนั้นนอกจากคุณจะสร้างได้ด้วยตนเองแล้วครอบครัวก็เป็นหนึ่งในกำลังใจที่มีค่ามากสำหรับคนที่กำลังมีปัญหาเพียงรับฟังและเข้าใจไม่ซ้ำเติมคนเป็นหนี้

จะเห็นได้ว่าการปลดหนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้โดยเริ่มจากตัวคุณเอง

ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ต้องวางแผนก่อนการมีลูก

ทุกวันนี้มีปัญหาการทำแท้งมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมที่เรียกว่ากำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยเรา จากสถิติที่สำรวจได้นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากความไม่พร้อมมีบุตร ไม่ว่าจะเป็นด้วยเรื่องอายุของผู้เป็นพ่อและแม่ เรื่องฐานะของครอบครัว หรือจะเป็นการคึกคะนองไม่ทันระวังของหนุ่มสาวสมัยใหม่ และทุกปัญหาที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญก่อให้เกิดปัญหาการทำแท้ง

คุณรู้หรือไม่ว่าการมีบุตรแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้านก่อนมีลูกเสียอีก เพราะการให้กำเนิดอีกหนึ่งชีวิตขึ้นมานั้น เราต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาลขนาดไหน เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังจะมีลูกนั้นอาจจะยังไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นวันนี้คุณลองคิดคร่าว ๆ ดูสิว่า หากหักลบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นดังต่อไปนี้ ชีวิตของคุณถือว่าพร้อมมีลูกแล้วหรือยัง

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีลูก

ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์

ตั้งแต่คุณทราบว่าคุณตั้งครรภ์สิ่งแรกที่ควรทำคือการฝากครรภ์ตามสถานพยาบาลต่าง ๆ หรือใกล้บ้าน หรือคุณสามารถเดินทางได้สะดวก ส่วนใหญ่ทางโรงพยาบาลบางครั้งจะมีโปรแกรมเหมาจ่าย หรือบางที่ก็อาจใช้ส่วนลดได้ในกรณีที่คุณมีประกันสังคมที่โรงพยาบาลนั้น ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะแพงหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลที่คุณเลือกไปฝากครรภ์เท่านั้น

ค่าใช้จ่ายในการคลอด

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ถึงจะเป็นช่วงระยะการจ่ายที่สั้น แต่จำนวนก็ค่อนข้างเยอะอยู่มิใช่น้อย หากการคลอดของคุณนั้นไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นจะอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว แต่หากมีภาวะเด็กไม่แข็งแรงแทรกซ้อน บางรายค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจเพิ่มเป็นหลักแสนบ้างก็มี

ค่าใช้จ่ายสำหรับลูกน้อยก่อนวัยเรียน

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มีทั้งค่าวัคซีนและค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ รวมด้วย เพราะเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงก่อนวัยเรียนนั้น จะมีแนวโน้มที่ค่อนข้างจะเจ็บป่วยบ่อยและอาจต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อนอนพักรักษาอยู่บ้าง ฉะนั้นเงินที่ต้องเตรียมไว้ในส่วนนี้ควรจะมีถึงหลักแสนเลยทีเดียว

ค่าเล่าเรียนshutterstock_262893893

ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษานั้น ทราบไหม ว่าบางคนอาจใช้เงินถึงหลักล้านเลยก็มี เพราะในยุคสมัยปัจจุบันมีสถานศึกษาอยู่ไม่น้อยที่ราคาค่าเทอมนั้นแพงมาก ๆ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับการวางแผนเรื่องที่เรียนของลูกคุณเอง

ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องมีและเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เริ่มตั้งแต่เวลาที่คุณรู้ว่าคุณท้อง ฉะนั้นลองประเมินชีวิตคู่ของคุณให้ดีอีกทีสิว่า หากเราต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ว่ามานี้ คุณสามารถรองรับมันได้มากน้อยเพียงใด หากไม่สามารถรองรับได้คุณมีแผนสำรองทางการเงินไว้บ้างหรือไม่ และคุณจะได้คำตอบว่าวันนี้คุณพร้อมมีลูกแล้วหรือยัง