ทำความรู้จักกับเครดิตบูโรก่อนคิดจะกู้

เครดิตบูโร หรือ Backlist คำนี้หลายคุณคงจะคุ้นหูกันดี แต่ไม่มีใครรู้จักอย่างชัดเจนว่ามันคืออะไร เพราะเรามักจะได้ยินคำนี้เมื่อเราต้องทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น สมัครบัตรเครดิต สมัครสินเชื่อบ้าน และมีบางคนที่เมื่อค้างชำระหนี้ก็จะมีเจ้าหนี้ที่ขู่เกี่ยวกับเรื่องนี้เสมอ ลูกหนี้บางรายที่ไม่รู้ข้อมูลก็อาจจะเกิดความวิตกกังวลได้ ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร

  • เครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เป็นบริษัทข้อมูลเครดิตที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร และสถาบันสินเชื่ออื่น ๆ เมื่อมีการเรียกขอข้อมูลเหล่านี้ทางสถาบันเครดิตบูโรจะส่งให้ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในนั้นจะเก็บข้อมูล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชน และข้อมูลการชำระสินเชื่อต่าง ๆ รวมไปถึงประวัติการผิดนัดชำระหนี้ แต่ไม่ได้รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัวที่มี
  • เรื่องของข้อมูลเครดิต ผู้ที่สามารถรู้ข้อมูลของเราได้นั้นจะมีด้วยกันคือ สถาบันทางการเงินที่เรากำลังจะทำเรื่องกู้ ก่อนอนุมัติหรือปฏิเสธการอนุมัติ เขาจะเป็นผู้ขอข้อมูลเพื่อเอามาวิเคราะห์วงเงิน และการอนุมัติ อีกคนหนึ่งคือตัวผู้กู้เอง สามารถขอข้อมูลของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถขอดูของผู้อื่นได้เลย
  • ข้อมูลของเครดิตบูโรจะมีการปรับปรุงอยู่เสมอ และข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในระบบ 3-5 ปีตามประมวลกฎหมาย จากนั้นเมื่อมีการใส่ข้อมูลใหม่ ๆ ลงไปแทนที่ข้อมูลเก่า ๆ เหล่านั้น ส่วนประวัติการชำระเงินของลูกหนี้นั้นทางสถาบันการเงินจะมีการแจ้งไปยังสถาบันเครดิตบูโรทุก ๆ สิ้นเดือนอยู่แล้วเพื่อให้ข้อมูลเป็นข้อมูลใหม่
  • กรณีที่เราเป็นหนี้ และได้ชำระหนี้หมดแล้ว ทางธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของหนี้จะทำการส่งข้อมูลไปที่สถาบันเครดิตบูโรอยู่แล้วทุกสิ้นเดือน แต่หากระหว่างที่เรารอและได้ทำเรื่องกู้เงินกับอีกแห่งหนึ่ง เราสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอแก้ไขข้อมูลเองได้ คือ สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ที่เว็บไซด์ หรือติดต่อสถาบันการเงินเดิมที่เราเคยกู้เพื่อให้จัดการให้
  • Backlist เป็นภาษาที่เจ้าหนี้ใช้เรียกลูกหนี้ที่ขาดการชำระติดต่อมาเกิน 90 วัน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาบันข้อมูลเครดิตแห่งชาติเพราะเครดิตบูโรเองเมื่อมีการขอข้อมูลของลูกค้า เขาจะให้เพียงแค่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติการกู้ และชำระหนี้ แต่ไม่ได้มีหน้าที่พิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่าง ๆ
  • การค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เหล่านี้จะไม่ถูกนำไปบันทึกกับสถาบันเครดิตบูโร ซึ่งรวมไปถึงการขาดชำระทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาด้วย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อเป็นข้อมูลในการกู้ และระยะเวลาในการชำระเงิน เพื่อไม่ให้ข้อมูลทางเครดิตของตัวเองเสียประวัติ