รู้ทันกฎหมายหนี้ก่อนตัดสินใจกู้เงิน

หนี้ที่หลายคนเป็นอยู่นั้นมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่มาจากบัตรเครดิต หนี้ธนาคารจากการกู้ยืม หนี้นอกระบบ เป็นต้น หลายครั้งมักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับหนี้ เช่น การชำระหนี้ช้า การขาดการชำระมาหลายงวด เป็นเหตุให้บางครั้งเจ้าหนี้มีการทวงหนี้ในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมทำให้ผู้ที่เป็นหนี้เกิดความกลัวและวิตกกังวล ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลายคนยังไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับการเป็นหนี้จึงกลายเป็นเหยื่อให้กับเจ้าหนี้ที่ไม่มีคุณธรรม ดังนั้นเราจะพาคุณมาทำความรู้จักเกี่ยวกับกฎหมายหนี้ เพื่อเป็นความรู้ก่อนตัดสินใจกู้ยืมเงิน

เราจะยกตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับกฎหมายการชำระหนี้มาฝากกัน คือ

  1. คู่กรณี หรือลูกหนี้ไม่มีการกำหนดเวลาชำระเงินที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าหนี้จะต้องมีการกำหนดการชำระหนี้โดยพลัน และต้องมีการตกลงกันไว้ก่อนเซ็นต์สัญญากู้ยืม
  2. ดอกเบี้ยของการกู้ยืม แต่ละอย่างกฎหมายจะตั้งไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือในกรณีที่ไม่ได้ตกลงดอกเบี้ยเอาไว้ ให้คิดที่ ร้อยละ7.5 ต่อปี และหากมีการคิดดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ เจ้าหนี้จะต้องถูกดำเนินคดี และถือว่าดอกเบี้ยนั้นจะเป็นโมฆะ ลูกหนี้ไม่จำเป็นต้องจ่ายดอกเบี้ยนั้นเลย แต่ต้องจ่ายเงินต้นที่เป็นหนี้อยู่
  3. หากต้องการระงับหนี้ที่ตนเองเป็นอยู่นั้นต้องทำอย่างไร ซึ่งกฎหมายได้บอกไว้ดังนี้
  • ต้องชำระหนี้ทั้งหมด
  • การปลดหนี้ เป็นอีกรูปแบบที่เจ้าหนี้จะให้แก่ลูกหนี้คือ อาจจะยกหนี้ให้โดยเสน่หา การคืนเอกสารที่เป็นหนี้ต่าง ๆ ให้กับลูกหนี้
  • การหักลบกลบหนี้คือ ทั้งสองเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งกันและกันสามารถหักลบกันได้
  • การแปลงหนี้ คือเปลี่ยนสาระสำคัญของหนี้ไปเป็นอีกแบบ ตัวอย่างเช่น A เป็นหนี้ B อยู่ 5000 บาท A ให้ B มาช่วยงานชดใช้การเป็นหนี้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้ในรูปแบบที่เปลี่ยนไป
  • หนี้เกลื่อนกลืนกัน คือหนี้ที่มีความเป็นเจ้าหนี้ และลูกหนี้ในคนเดียวกัน เช่น A เป็นหนี้ B 100,000 บาท และวันหนึ่ง A ได้เสียชีวิตลง เขาได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้กับเจ้าหนี้ถือว่าภาระหนี้สินนี้ได้จบลง

นอกจากนี้ในกรณีที่หนี้หมดอายุความนั่นหมายถึงว่าหนี้ประเภทนี้ไม่สามารถฟ้องร้องเอาความกันได้ แต่ความเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ยังคงเดิม

หากเป็นหนี้ที่ไม่สามารถชำระได้ทัน เมื่อเจ้าหนี้มีการข่มขู่ถึงการยึดทรัพย์นั้นให้รู้ไว้ว่าเขาไม่สามารถทำได้ เพราะหากเจ้าหนี้ต้องการจะยึดทรัพย์จะต้องมีการฟ้องร้อง และดำเนินคดีในทางแพ่งก่อน และศาลจะพิจารณาในการยึดทรัพย์อีกครั้ง และหากมีการทวงถาม หรือส่งคนมาทวง ลูกหนี้สามารถแจ้งความ และดำเนินคดีแก่เจ้าหนี้ได้ในข้อหาบุกรุก

การเป็นหนี้นั้นเป็นสภาวะที่ไม่มีใครที่อยากเป็น แต่หากเป็นหนี้แล้วศึกษากฎหมายเกี่ยวกับหนี้เอาไว้จะเป็นตัวช่วยที่ดีเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ข่มขู่จนเกิดความกลัว